roam

หลักการสำคัญของฮวงจุ้ย

หลักการสำคัญของฮวงจุ้ย

ฮวงจุ้ยนั้นเป็นวิชาโบราณชั้นสูงที่เหนือกว่าศาสตร์อื่นใด ตรงที่กล่าวถึงหลักการสำคัญหลายประเภทที่น่าสนใจและมีความหลากหลาย ผู้เขียนจะขอยกตัวอย่างมาเพียงไม่กี่ประการก็แล้วกัน เพื่อให้ผู้อ่านเกิดความเข้าใจในฮวงจุ้ยมากยิ่งขึ้น

1.ชี่

คือ พลังงานชีวิตชนิดหนึ่งซึ่งจัดเป็นพลังงานที่ดี มีอยู่ในทุกสรรพสิ่งทั้งสิ่งมีชีวิต ตามหลักการของฮวงจุ้ยเชื่อว่าการกักเก็บพลังงานชี่นี้เอาไว้ในที่ใดที่หนึ่งโดยไม่ปล่อยให้พลังงานหยุดนิ่งอยู่กับที่ เป็นสิ่งที่ดี เหมือนเป็นการรวบรวมพลังมหาศาลไว้ ณ ที่ใดที่หนึ่งให้มีความเข้มข้นมาก เมื่อเป็นดังนนี้สามารถส่งผลต่อชีวิตเป็นความเจริญรุ่งเรือนในทุกๆ ทางได้ ซึ่งการกักเก็บพลังซี่มีหลัดการดังนี้

ต้องมีการกักเก็บไว้ในที่ที่เหมาะสมและจัดให้อยู่เป็นกลุ่มเป็นก้อนไม่กระจัดกระจายไปคนละทิศละทางกัน

ต้องไม่ปล่อยให้พลังซี่นิ่งจนเกินไป เพราะพลังที่นิ่งไม่ไหวติงก็เหมือนกับคนตายที่ไร้ชีวิต ไม่มีความสามารถในการทำสิ่งใดดังนั้นต้องให้ชี่ได้เคลื่อนไหวบ้าง

การปล่อยให้ซี่เคลื่อนไหวต้องควบคุมไม่ให้เคลื่อนไหวรวดเร็วเกินไป เพราะอาจมีบางส่วนสูญหายได้และสำหรับซี่ที่ว่านี้ประกอบไปด้วยซี่ 2 ประการด้วยกัน ได้แก่

1.ซี่ของมนุษย์

หมายถึง พลังงานชีวิตในการเคลื่อนไหวลมหายใจและรัศมีในตัวเอง

2.ซี่ของจักรวาล

หมายถึง พลังงานที่ประกอบไปด้วยพลังงานลม ก๊าซชนิดต่างๆ

ฮวงจุ้ยบ้านดี เสริมบารมี-โชคลาภ

ความหมายที่แท้จริงของ “ฮวงจุ้ย”
เราๆ ท่านๆ อาจมีความหมายหรือคำจำกัดความของคำว่าฮวงจุ้ยแตกต่างกันออกไป ผู้เขียนขออธิบายความหมายที่แท้จริงของฮวงจุ้ยให้ทราบกันอย่างสั้นง่ายได้ใจความก็แล้วกัน คำว่า “ฮวงจุ้ย” เป็นภาจีนแต้จิ๋ว แปลตรงตัวหมายถึง สภาวะแวดล้อมหรือการอยู่อาศัยให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อม มีลักษณะใกล้เคียงกับสถาปัตยกรรมศาสตร์

                คำว่า “ฮวง” นั้นหมายถึง “ลม” ส่วนคำว่า “จุ้ย” ก็หมายถึง “น้ำ” นั่นเอง ซึ่งสรุปฮวงจุ้ยก็หมายถึง หลักวิชาที่ว่าด้วยเรื่องของลมและน้ำ เนื่องจากฮวงจุ้ยเป็นศาสตร์ที่กล่าวถึงความสัมพันธ์และผสมกลมกลืนกันระหว่างลมและน้ำ ซึ่งเน้นหลักของความสมดุลเป็นจุดกึ่งกลาง ยกตัวอย่างเช่น สภาพภูมิอากาศที่หนาวเย็นเกินไปก็ไม่ดี ร้อนชื้นเกินไปก็ไม่ดีเช่นกัน ควรเป็นอากาศ ที่ไม่ร้อนและไม่เย็นจนเกินไป นั่นคืออากาศอบอุ่นที่นำความร้อนและความเย็นมาสอดประสานกัน เปรียบไปก็คล้ายกับทางสายกลางในพุทธศาสนาของเรานั่นเอง ซึ่งตึงเกินไปก็ไม่ดี หย่อนเกินไปก็ไม่เป็นผล ส่งผลให้เกิดความสอดคล้องต้องกัน ความสงบสุข และความรุ่งเรืองในทุกๆทาง